4 ม.ค. 2556

ชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ด้วยที่ชาร์จ iPad ได้หรือไม่


          มีหลายคนสงสัยว่าที่ ชาร์จแบตเตอรี่ iPad สามารถนำมาใช้ชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ได้หรือไม่ ตรงจุดนี้เป็นข้อถกเถียงกันมากมายทั่วทั้งโลกอินเตอร์เน็ตมานาน โดยเฉพาะตามเว็บบอร์ดต่างๆที่ผู้รู้ต่างๆแสดงความคิดเห็นต่างๆนานาโดยหยิบยกหลักวิชาการมาอ้างอิงมากมาย แทบจะเรียกว่า เปิดตำราวิชาไฟฟ้าในหนังสือวิทยาศาสตร์ ม.3 มาตอบเอาเท่กันหลายคน iPhoneHoHo จะนำเสนอแนวความคิดต่างๆให้ลองพิจารณากันดู และข้อสรุปที่คาดว่าดีที่สุดสำหรับคนที่ต้องการคำตอบ
       
          เรามาดูข้อเท็จจริงกันก่อนว่า อุปกรณ์สำหรับชาร์จแบตเตอรี่ iPhone และ iPad แตกต่างกันอย่างไร

iPhone adapter สามารถจ่ายไฟที่ 5V ด้วยกระแส 1.0 Amp. (หรือที่เรียกว่า 5Watt มาจาก 5x1)
iPad adapter สามารถจ่ายไฟที่ 5V ด้วยกระแส 2.1 Amp. (หรือที่เรียกว่า 10Watt มาจาก 5x2.1)

จากข้อมูลเท่านี้บอกได้ว่า Adapter ทั้ง 2 ชนิดมีค่า แรงดันไฟฟ้าเท่ากันที่ 5V แต่ให้กระแสไฟต่างกันคือ 1 และ 2.1 ตามลำดับ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อนำที่ชาร์จ iPad มาชาร์จ iPhone

          จุดแรกคือที่ชาร์จ iPad มีแรงดัน 5V เท่ากับที่ชาร์จ iPhone ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาเสียบไฟแล้วไฟไหม้หรือเครื่องระเบิด ต่อมาดูทึ่กระแสไฟฟ้ากัน กระแสไฟที่เกิดขึ้นจะมีปริมาณเท่ากับที่ iPhone ต้องการ นั่นคือ แม้ว่า iPad จะ Supply กระแสไฟได้ 2.1 Amp ก็ตามแต่ iPhone จะดูดกระแสไฟไปใช้เพียง 1 Amp เท่านั้น เพราะฉะนั้น ที่ชาร์จ iPad จึงสามารถนำไปชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ได้อย่างไม่มีปัญหาอันใด และใช้เวลาชาร์จนานเท่าเดิม ไม่ได้เร็วขึ้นแต่อย่างใด


          ในรูปเป็นการทดสอบการชาร์จ iPhone ด้วย iPhone adapter และ iPad adapter ตามลำดับ จะพบว่าทั้งคู่ใช้ระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มเหมือนกันคือ 1 ชม 23 นาที ณ สภาวะแบตเตอรี่ที่ 71%

สรุปผล เราสามารถชาร์จแบตเตอรี่ iPhone ด้วยที่ชาร์จ iPad ได้จริง และให้ผลเหมือนกับใช้ iPhone adapter เอง

ยังไม่จบเพียงเท่านี้ คิดว่าทุกคนก็ต้องสงสัยอีกว่าถ้าสลับกันล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น

เกิดอะไรขึ้นเมื่อนำที่ชาร์จ iPhone มาชาร์จ iPad

          จากความรู้เดิมในหัวข้อด้านบน พบว่า iPhone adapter มีแรงดันไฟ 5V เท่ากันกับ iPad ตรงจุดนี้จึงสบายใจไปได้เปราะหนึ่ง แต่กระแสไฟที่ iPad ต้องการมีมากถึง 2.1 Amp ซึ่ง iPhone adapter รองรับได้สูงสุดเพียง 1 Amp เท่านั้น


          ลองดูจากกราฟด้านบนจะพบว่ากระแสไฟในการชาร์ตจะไม่ได้คงที่ตลอด โดยกระแสไฟจะสูงสุดเมื่ออุปกรณ์ iPhone หรือ iPad มีแบตเตอรี่เหลือ 0 ในช่วงนี้ iPad จะชาร์จไฟได้เร็วมากจนถึง 80% โดย iPad จะดูดกระแสไฟที่ 2 Amp ผ่าน adapter ดังนั้น adapter iPhone ที่รองรับกระแสไฟได้แค่ 1 amp จึงต้องทำงานหนักและเกิดความร้อนขึ้น เมื่อเกิดความร้อนขึ้นจะทำให้เกิด loss ขึ้น นั่นคือ Adapter จ่ายไฟได้ไม่ถึง 2 amp นั่นคือสาเหตุที่เราชาร์จ iPad ด้วย iPhone adapter แล้วแบตเตอรี่เต็มช้านั่นเอง

          แต่หลังจากที่แบตเตอรี่มีจำนวน 80% โดยประมาณ กระแสไฟที่ iPad ดูดเข้าจะน้อยลงไม่ถึง 2 Amp ดังนั้นหากเราชาร์จ iPad ด้วย Adapter ของ iPhone ในช่วงนี้จะไม่มีปัญหาอะไรและใช้เวลาชาร์จเหมือนปกติ เพราะกระแสไฟที่ iPad ดูดอยู่ในเกณฑ์ที่รองรับได้

สรุปผล เราไม่ควรชาร์จแบตเตอรี่ iPad ด้วย iPhone adapter เพราะเสี่ยงต่อ Adapter เสียได้ง่าย


          ยังไม่จบเพียงเท่านี้ หลายๆคนก็อาจจะสงสัยอีกว่า ในเมื่อที่ชาร์จ iPad ใช้ได้ทั้ง iPad และ iPhone ทำไม Apple ไม่ทำ iPad adapter แบบเดียวไปเลยล่ะ ถ้าไม่ใช่ Apple ก็คงมาตอบคำถามนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน แต่เราก็พอจะคาดเดากันได้ว่า Adapter ทั้ง 2 แบบมีคุณสมบัติที่ต่างกัน รวมทั้งราคาในการผลิตที่ต่างกันด้วย ดังน้้นหากผลิต iPad adapter ใส่ไปใน iPhone ด้วยจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็นนั่นเอง


อ้างอิงเพิ่มเติม 1

         ท้ายที่สุดสำหรับคนที่ยังไม่แน่ใจและตัดสินใจไม่ได้ iPhoneHoHo ได้นำข้อมูลจาก Apple ว่า Adapter ใดสามารถใช้ได้บ้าง (อ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ Apple)

รายชื่ออุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้กับ iPhone adapter

จากรูป จะเห็นว่าไม่มีรายการของ iPad อยู่เลย

รายชื่ออุปกรณ์ที่สามารถใช้ได้กับ iPad adapter

สำหรับ iPad adapter นั้นสามารถใช้ร่วมกับ iPhone ได้ด้วย

อ้างอิงเพิ่มเติม 2

          แหล่งอ้างอิงที่ 2 มาจาก Apple อีกเช่นเคย http://support.apple.com/kb/HT4327 โดยเมื่อเข้าไปตามลิงค์นี้จะพบบทความว่าที่ชาร์จ iPad สามารถใช้กับ iPhone และ iPod ได้ด้วย


ขอขอบคุณคำปรึกษาจากวิศวกร ภาคไฟฟ้า
เพื่อนกัฟ และ เพื่อนโอ๊ต

ลิงค์ที่เกี่ยวข้อง :
แสดงเปอร์เซ็นต์แบตเตอรี่ iPhone
ยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ iPhone
ชาร์ตแบตเตอรี่ iPhone อย่างถูกวิธี